Loading...
#ข่าวดี…!!! ธ.ก.ส. พร้อมเปิดให้กู้ฉุกเฉิน 50,000 บาท/ราย เริ่ม1 มี.ค.60 โดยมีเงื่อนไขดังนี้… รีบไปลงทะเบียน ด่วน…(ชมคลิป) | SarakNew
Home » » #ข่าวดี…!!! ธ.ก.ส. พร้อมเปิดให้กู้ฉุกเฉิน 50,000 บาท/ราย เริ่ม1 มี.ค.60 โดยมีเงื่อนไขดังนี้… รีบไปลงทะเบียน ด่วน…(ชมคลิป)

#ข่าวดี…!!! ธ.ก.ส. พร้อมเปิดให้กู้ฉุกเฉิน 50,000 บาท/ราย เริ่ม1 มี.ค.60 โดยมีเงื่อนไขดังนี้… รีบไปลงทะเบียน ด่วน…(ชมคลิป)

Written By Best NewsTh on Monday, February 27, 2017 | 5:52:00 AM



ครม.ไฟเขียวออมสิน-ธ.ก.ส. ปล่อยกู้ฉุกเฉิน 1 หมื่นล้านบาท ช่วยปลดหนี้นอกระบบ 2 แสนราย โดยให้กู้รายละ 5 หมื่นบาท กู้ไม่เกิน 5 ปี คิดดอกเบี้ยต่ำ 10% ต่อปี พร้อมขออนุมัติรัฐบาลจ่ายชดเชย เอ็นพีแอล 4,000 ล้านบาทนายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบโครงการสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้กับประชาชนที่มีรายได้น้อยและเกษตรกรที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินในระบบ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

ธ.ก.ส. พร้อมเปิดให้กู้ฉุกเฉินไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย 1 มี.ค. นี้ ยัน สภาพคล่องแกร่ง ตอบสนองนโยบายรัฐได้ นายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผู้ช่วยผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า




วันที่ 1 มีนาคม นี้ ธนาคารฯ จะเปิดให้เกษตรกรมายื่นขอสินเชื่อตามมติคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ที่อนุมัติโครงการสินเชื่อรายย่อย เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อย สามารถเข้าถึงแหล่งเงินในระบบ กรณีฉุกเฉินกู้ได้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย คิคอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ร้อยละ 0.85 ต่อเดือน ระยะเวลาการชำระเงินกู้ยืมสูงสุดไม่เกิน 5 ปี โดยจะต้องมีบุคคลค้ำประกันอย่างน้อย 1 คน หรือมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งโครงการดังกล่าวยังได้ผ่อนปรนให้ประชาชนหรือเกษตรกรที่เคยมีประวัติทางการเงินไม่ดี สามารถกู้เงินได้



“ทั้งนี้ ทั้ง 2 ธนาคารได้มีการจัดตั้งหน่วยธุรกิจ เพื่อรับผิดชอบการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบแล้ว แต่ยังมีประชาชนทั้งที่เป็นผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรไม่สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์สินเชื่อของธนาคารได้ และมีความจำเป็นที่ต้องใช้จ่ายฉุกเฉิน เช่น ค่ารักษาพยาบาล และค่าเล่าเรียน ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบตามนโยบายของรัฐบาล ทั้ง 2 ธนาคารจึงเสนอโครงการดังกล่าวขึ้นมา สำหรับบริการทางการเงินกับกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อนำไปใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือแก้ปัญหาคามเดือดร้อนในครัวเรือน ”



อย่างไรก็ตามเนื่องจากโครงการดังกล่าว เป็นการให้สินเชื่อกับกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้สูง ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์สินเชื่อใดๆ ของธนาคารได้ แต่มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินฉุกเฉิน จึงขอรับการชดเชยความเสี่ยงหายจากรัฐบาล สำหรับสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการไม่เกิน 40% ของสินเชื่ออนุมัติ โดยรัฐบาลจะชดเชยสูงสุด กรณีที่เกิดเอ็นพีแอลทั้งโครงการ ในวงเงินไม่เกิน 4,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการชดเชยให้ทั้ง 2 ธนาคาร แห่งละ 2,000 ล้านบาท



(ชมคลิป)



ที่มา:social.upyim