Loading...
#ไม่น่าเชื่อ!!!! "ชายหนุ่ม" ฆ่างูถลกหนังกินเป็นอาหาร แต่ผ่านไปแค่คืนเดียว ตัวเองกลับมีเกล็ดงูขึ้นบนผิวหนัง รักษาที่ไหนก็ไม่หาย!!!! | SarakNew
Home » » #ไม่น่าเชื่อ!!!! "ชายหนุ่ม" ฆ่างูถลกหนังกินเป็นอาหาร แต่ผ่านไปแค่คืนเดียว ตัวเองกลับมีเกล็ดงูขึ้นบนผิวหนัง รักษาที่ไหนก็ไม่หาย!!!!

#ไม่น่าเชื่อ!!!! "ชายหนุ่ม" ฆ่างูถลกหนังกินเป็นอาหาร แต่ผ่านไปแค่คืนเดียว ตัวเองกลับมีเกล็ดงูขึ้นบนผิวหนัง รักษาที่ไหนก็ไม่หาย!!!!

Written By Best Newsth on Saturday, February 25, 2017 | 3:47:00 AM



นายฮันบ้านอยู่บนภูเขา เมื่อของกินหายากจับอะไรได้ก็ต้องกิน วันหนึ่งเขากินเหล้าเมาเดินกลับบ้าน มีลมหนาวพัดมาแล้วแต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไร 2-3 วันต่อมาขณะกำลังขึ้นเขาไปหาของป่ากับเพื่อน ก็ได้ยินชาวบ้านร้องให้ช่วย

นายฮันบ้านอยู่บนภูเขา เมื่อของกินหายากจับอะไรได้ก็ต้องกิน วันหนึ่งเขากินเหล้าเมาเดินกลับบ้าน มีลมหนาวพัดมาแล้วแต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไร 2-3 วันต่อมาขณะกำลังขึ้นเขาไปหาของป่ากับเพื่อน ก็ได้ยินชาวบ้านร้องให้ช่วย

เมื่อเขาเข้าไปดูก็พบงูใหญ่ตัวหนึ่งความยาวเมตรกว่าๆ กำลังกินไข่นก เขารีบเอาไม้ตีหัวมัน เพื่อนคนอื่นๆ ก็เอาก้อนหินขว้างจนมันขาดใจตาย นายฮันถลกหนังงูออก เอาดีมันออกมากิน แล้วก็เอาเนื้อไปผึ่งไว้หนึ่งคืนรอทำอาหาร



หลังจากนั้นไม่กี่วันก็เกิดสิ่งผิดปกติขึ้นกับร่างกายของนายฮัน ผิวของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ ขนร่วง แล้วมีสิ่งที่มีลักษณะแข็งๆ เหมือนเกล็ดปลางอกออกมาบนผิวหนังแทน ครอบครัวนายฮันตกใจมากที่เขากลายร่างเป็นงู รีบพาเขาไปหาหมอ แต่ไม่ว่าจะไปโรงพยาบาลไหน ก็ไม่มีหมอท่านใดรักษาโรคมนุษย์งูของเขาได้

จนในที่สุดนายฮันก็โชคดีได้มาเจอคุณหมอฟู่ ท่านบอกว่านายฮันเป็นโรครูมาติซึม แล้วพอกินเนื้องูเข้าไปก็ไปกระตุ้นให้อาการกำเริบออกมา โรคนี้ใครๆ ก็เป็นได้ไม่ใช่กลายร่างเป็นงูแต่อย่างใด ท่านช่วยรักษาอาการของนายฮันโดยการเดินข้ามเขาเป็นสิบกิโล ไปบ้านเขาสัปดาห์ละสองครั้ง เพื่อจัดยา ฉีดยา และรักษาให้ อาการของนายฮันก็ดีขึ้นเป็นลำดับ



ต่อมามีหมอผีมาบอกว่า ที่นายฮันเป็นแบบนี้ก็เพราะ งูตัวที่นายฮันฆ่าตายเป็นงูเทพเจ้าตัวเมีย ตอนนี้งูเทพเจ้าตัวผู้กำลังมาล้างแค้งโดยการเข้าอาศัยร่างเขา นายฮันต้องกราบไหว้อ้อนวอนให้ท่านเทพเจ้ายกโทษให้ ได้ยินดังนั้นครอบครัวของนายฮันก็เชื่อ และไม่ให้หมอฟู่มารักษานายฮันอีก

ผ่านไปสักระยะ ไม่ว่าจะกราบไหว้อย่างไรอาการก็ไม่ดีขึ้น หนำซ้ำจะยิ่งแย่ลงไปอีก คราวนี้พวกเขาก็เลยไปอ้อนวอนให้คุณหมอฟู่กลับมารักษาดังเดิม คุณหมอเห็นดังนั้นก็ใจอ่อน ยอมกลับมารักษา แต่มีข้อแม้ว่านายฮันจะต้องไปรักษาตัวในเมือง เนื่องจากคุณหมอเกรงว่าจะมีภูมิปัญญาด้านอื่นมาขัดขวางการรักษาของท่านอีก



ผ่านไปเดือนกว่าอาการของนายฮันก็กลับมาแทบจะเป็นปกติ ผิวหนังสีอ่อนลงและมีความยืดหยุ่น ผมและขนค่อยๆ งอกออกมา เขาและครอบครัวดีใจมาก

นักข่าวมาสัมภาษณ์นายฮัน ในตอนท้ายเขาได้กล่าวไว้ว่า “ต้องขอขอบคุณคุณหมอมาก ไม่มีคุณหมอผมก็คงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ ขอบคุณเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยผมไว้”

ที่มา:Liekr