Loading...
#ชาวนาช็อกตาค้าง !!!! "ขุดดิน" สวนหลังบ้านจู่ๆเจอเงิน "20,000 ล้าน" แต่สุดท้ายต้องฝันสลายตรงนั้น ??? ก่อนรู้เพราะอะไร ? ทำจำไปจนตาย !!(ชมภาพ) | SarakNew
Home » » #ชาวนาช็อกตาค้าง !!!! "ขุดดิน" สวนหลังบ้านจู่ๆเจอเงิน "20,000 ล้าน" แต่สุดท้ายต้องฝันสลายตรงนั้น ??? ก่อนรู้เพราะอะไร ? ทำจำไปจนตาย !!(ชมภาพ)

#ชาวนาช็อกตาค้าง !!!! "ขุดดิน" สวนหลังบ้านจู่ๆเจอเงิน "20,000 ล้าน" แต่สุดท้ายต้องฝันสลายตรงนั้น ??? ก่อนรู้เพราะอะไร ? ทำจำไปจนตาย !!(ชมภาพ)

Written By Best Newsth on Tuesday, March 14, 2017 | 9:10:00 PM



การฝังเงิน - ของมีค่าใต้ดินเป็นอีกหนึ่งการรักษาทรัพย์สิน - สมบัติของคนในยุคสมัยก่อน เพราะเป็นการลงมือทำที่ง่ายดายและเป็นความลับที่คนอื่นยากจะรู้ วันนี้เราเลยนำเรื่องจริงของชาวนาคนหนึ่งที่บังเอิญไปเจอเงินที่อยู่ในดินมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาทในสวนหลังบ้านของตนเอง หลายคนอาจคิดว่าเขาคงจะโชคดีได้เงินไปบำรุงครอบครัวหรือใช้กินอยู่ถึงชาติหน้า แต่ปล่าวเลยเรื่องราวมันไม่ได้จบแบบนั้น

โมเซ มารีนา คาร์โทลอส



คุณลุงชาวนาคนนี้มีชื่อว่า โมเซ มารีนา คาร์โทลอสเป็นชาวนาในโคลัมเบีย เขาทำอาชีพเป็นชาวนา มีสวน - ไร่เล็กๆ วันหนึ่งขณะที่กำลังขุดสวนหลังบ้านเพื่อปรับที่เพาะปลูกเขากลับเจอ "เงินสด" ในถังสีน้ำเงินมูลค่ากว่า 600,000,000 เหรียญ หรือราวๆ 2 หมื่นล้านบาท

เงินที่พบ



มูลค่ามหาศาล



เมื่อตรวจสอบพบว่าเงินเหล่านี้เป็นของ พาโบล เอสโคบา หรือที่หลายคนรู้จักดีคือ ราชันยาเสพติดตลอดกาล ที่เสียชีวิตไปแล้ว เขาคือเจ้าพ่อแห่งยาเสพติดที่ประเทศโคลัมเบีย และติดสินบนนักการเมือง เคยมีคนพูดว่าเขาใช้เงิน 35,000 บาทมาซื้อยางรัดเงินในแต่ละอาทิตย์

ยาเสพติดที่เขาขายและได้เงินเป็นจำนวนมากคือ "โคเคน" เขาเป็นคนที่ทำให้มันเป็นยาเสพติดแพร่ทั่วโลก ในขณะที่ชาวบ้านชนชั้นล่างๆต่างชื่นชมเขาเป็นฮีโร่เพราะเขาใช้เงินมหาศาลดูแลสร้างสโมสรฟุตบอลช่วยเหลือเด็ก และคุ้มครองกับคนยากไร้

พาโบล เอสโคบา หรือ







แต่สุดท้ายเขาก็จบชีวิตลงหลังจากที่ CIA ได้ตามล่าและสังหาร มีคนสันนิษฐานว่าใต้ดินบางแห่งอาจมีเงินของเขาถูกฝังเอาไว้น่าจะมีมูลค่าสูงถึง 500-1,000 ล้านเหรียญโดยประมาณ (ราว 17,500-35,000 ล้านบาท)



กลับมาที่ชาวนาคนนี้ที่เจอเงิน 20,000 ล้านบาท เงินเหล่านี้เขาไม่สามารถแตะต้องเป็นของตนเองได้เพราะฟาร์มที่เขาอยู่เป็นโครงการของรัฐบาล เจ้าหน้าที่เลยนำเงินเหล่านี้ไปเป็นกองทุนผู้ยากไร้ต่อไป

ขอบคุณที่มา : kidjarak,ที่มา:tsood