#ดวลกันให้เห็นชัดๆ!!! กองทัพโสมแดง - มะกัน ใครจะรอดใครจะพังถ้าสงครามมาถึง!!!




สถานการณ์โลกโดยเฉพาะที่คาบสมุทรเกาหลีกำลังตึงเครียด หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มแสดงท่าทีไม่อยากใช้ไม้อ่อนอย่างการคว่ำบาตรเพื่อลงโทษเกาหลีเหนือ ที่ยังคงสานต่อความทะเยอทะยานในโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ ฝ่าฝืนมติสหประชาชาติและไม่สนเสียงเตือนของนานาประเทศ อีกต่อไป

ทั้งการขู่ว่า การใช้กำลังทหารเป็นหนึ่งในเรื่องที่พวกเขากำลังพิจารณาก็ดี หรือการส่งกองเรือรบนำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือดำน้ำไปยังคาบสมุทรเกาหลีก็ดี ยิ่งทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าจะเกิดสงครามขึ้นในภูมิภาคแห่งนี้หรือไม่ แม้หากคิดตามหลักเหตุผลแล้ว ทรัมป์ ไม่น่าที่จะเปิดฉากโจมตีเกาหลีเหนือจริงๆ ก็ตาม แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนที่คาดเดาไม่ได้ ทำให้อะไรๆ ก็ไม่แน่นอน

แต่ในกรณีที่เกิดสงครามขึ้นมาจริงๆ ไม่ว่าใครก็คงเดาได้ว่า สหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศที่ลงทุนงบประมาณทางทหารมากที่สุดในโลก ชนิดที่งบประมาณกองทัพของ 9 ในจาก 10 ประเทศอันดับท็อปรวมกันยังไม่เท่าสหรัฐฯ เลย แล้วเกาหลีเหนือจะเอาอะไรไปสู้ ซึ่งในวันนี้ไทยรัฐออนไลน์ จะพาท่านผู้อ่านไปดูว่า กองทัพเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ ดีอะไรบ้าง


กองทัพเกาหลีเหนือ

กองทัพเกาหลีเหนือมีชื่อว่า กองทัพประชาชนเกาหลี (เคพีเอ) มี คิม จอง-อึน เป็นผู้บัญชาการสูงสุดและประธานคณะกรรมาธิการทหารกลาง แบ่งออกเป็น 4 เหล่าทัพคือ กองทัพบก, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ, กองทัพยุทธศาสตร์ขีปนาวุธ มีทหารประจำการทั้งสิ้นประมาณ 1,190,000 นาย มากเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากจีน, สหรัฐอเมริกา และอินเดีย แต่ยังมี กองกำลังเรดการ์ด (Red Guards) กองกำลังกึ่งทหาร ที่มีกำลังพลมากสุดในโลกที่ 5,889,000 คน หรือเกิน 20% ของประชากรทั้งประเทศ

ตามรายงานประจำเป็นเกี่ยวกับขีดความสามารถทางทหารเกาหลีเหนือของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า กองทัพบกของเกาหลีเหนือมีรถถัง 4,200 คัน, รถหุ้มเกราะ 2,200 คัน, ปืนใหญ่ 8,600 กระบอก, ปืนครกประมาณ 10,000 กระบอก และเครื่องยิงจรวดแบบหลายลำกล้องอีกมากกว่า 4,800 เครื่อง

ปัจจุบัน เกาหลีเหนือมีรถถังหลักในครอบครองนับสิบรุ่น โดยส่วนใหญ่ผลิตโดยอดีตสหภาพโซเวียตและจีน เช่นรุ่น ไทป์ 59 และ ที-55 ที่มีประจำการกว่า 2,000 คัน แต่ก็มีรถถังหลักที่ดัดแปลงและพัฒนาเองเช่นรถถัง ชอนมา-โฮ ซึ่งผลิตมาประมาณ 1,000 คัน และรถถัง ป็อคปุง-โฮ ซึ่งใช้งานจนถึงปี 2010 นอกจากนี้ ยังมีรถถังเบาอีกอย่างน้อย 3 รุ่น คือ พีที-76, ไทป์ 63 และ พีที-85 กองทัพบกยังมีอาวุธต่อต้านรถถังและอากาศยานอีกหลายรุ่น เช่น เครื่องยิงจรวดอาร์พีจี 2, อาร์พีจี 7, มิซไซล์นำวิถึต่อต้านรถถึง เอที-1 ถึง เอที-5 และเอที-7, ปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยาน ซีเอสยู-57-2 เป็นต้น แต่ไม่มีใครทราบจำนวนที่แน่ชัด

ส่วนกองทัพเรือ ตามข้อมูลที่มีการเปิดเผยออกมาในปี 2008 กองทัพเรือเกาหลีเหนือมีเรือประมาณ 810 ลำ แบ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบกหลากหลายประเภทจำนวน 456 ลำ เรือฟริเกต 3 ลำ, เรือคอร์เวตต์ 4 ลำ, เรือต่อต้านทุ่นระเบิด 30 ลำ, เรือเร็วโจมตีติดตั้งมิสไซล์ต่อต้านเรือรบ 30 ลำ, เรือตอร์ปิโด 247 ลำ และเรือลาดตระเวนอีก 191 ลำ เกาหลีเหนือยังมีเรือดำน้ำอีกประมาณ 70 ลำ เป็น เรือดำน้ำชั้นโรมีโอ (หนัก 1,800 ตัน) 20 ลำ, เรือดำน้ำชั้น ซัง-โอ (300 ตัน) 40 ลด และเรือดำน้ำขนาดเล็กหนักราว 100 ตัน อีก 10 ลำ

อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดอุบัติเหตุระหว่างการซ้อมรบในทะเลญี่ปุ่นเมื่อปี 2013 เกาหลีเหนือก็พยายามพัฒนาแสนยานุภาพทางทะเลของพวกเขา โดยหลักฐานจากภาพถ่ายดาวเทียมต่างๆ จนถึงตอนนี้ แสดงให้เห็นว่า เกาหลีเหนือมีเรือชั้นใหม่ๆ ปรากฏออกมามากมาย แต่ไม่มีการยืนยันจากทางรัฐบาลเปียงยาง ขณะที่เกาหลีใต้ ซึ่งยังคงอยู่ในภาวะสงครามกับเกาหลีเหนือ ระบุว่า ประเทศปิดแห่งนี้ได้สร้างเรือยกพลขึ้นบกความเร็วสูงชื่อว่า วีเอสวี (Very Slender Vessel) ขึ้นมา โดยมีความเร็วสูงถึง 96 กม./ชม.

ยิ่งกว่านั้น เกาหลีเหนือยังอัพเกรดอาวุธบนเรือของพวกเขา เช่นในปี 2014 รัฐบาลเปียงยางเผยแพร่วิดีโอการยิงจรวดร่อน เคเอช-35 ของรัสเซีย จากเรือลาดตระเวณ เอสอีเอส ของพวกเขาด้วย ในปีเดียวกัน ภาพถ่ายดาวเทียมยังเผยให้เห็นเรือดำน้ำชั้น นงโก ที่มีความยาวถึง 67 ม. ยาวที่สุดที่เกาหลีเหนือเคยสร้างขึ้นมา เรือลำนี้ยังถูกใช้ในการสังเกตการณ์การทดสอบมิสไซล์ เคเอ็น-11 ในทะเลเมื่อปี 2015 ด้วย

กองทัพอากาศเป็นเหล่าทัพที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของเกาหลีเหนือรองจากกองทัพบก มีอากาศยานรุ่นต่างๆ ประจำการประมาณ 1,059 ลำ แบ่งเป็น เครื่องบินรบ 661 ลำ, เครื่องบินลำเลียง 1 ลำ (อันโตนอฟ เอเอ็น-2), เฮลิคอปเตอร์ 232 ลำ เครื่องบินฝึกซ้อม 165 ลำ ส่วนใหญ่ผลิตหรือมีต้นแบบมาจากจีนและโซเวียต พวกเขายังมีโดรนสอดแนมอีกกว่า 300 ลำ และโดรนโจมตีอีก 10 ลำด้วย แต่สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า รัฐบาลเปียงยางยังไม่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีการติดตั้งอาวุธบนโดรน

ในส่วนของยุทโธปกรณ์ มิสไซล์บนเครื่องบินของเกาหลีเหนือทั้งหมดที่ต้นกำเนิดจากโซเวียต โดยมีมิสไซล์อากาศสู่อากาศนับพันลูก ส่วนใหญ่เป็น เค-13 มิสไซลระยะใกล้นำวิถึด้วยอินฟาเรดของโซเวียต และมิสไซล์ระยะกลาง อาร์-23 ซึ่งศักยภาพใกล้เคียงกับมิสไซล์ เอไอเอ็ม-7 สแปร์โรว์ ของสหรัฐฯ เกาหลีเหนือยังมีจรวดภาคพื้นสู่อากาศ (แซม) เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ เครื่องยิงจรวดประทับบ่า เอสเอ-7 มีถึง 4,000 เครื่อง และมิสไซล์ระบบป้องกันทางอากาศพิสัยสูง เอส-27 ดีวินา ของโซเวียต อีก 1,950 ลูก

ด้านขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ พวกเขาใช้ขีปนาวุธภาคพื้นสู่ภาคพื้นที่ออกแบบโดยโซเวียตและจีน รวมทั้งที่ผลิตขึ้นเองภายในประเทศ เกาหลีเหนือมีขีดความสามารถในการยิงขีปนาวุธจาก 4 สถานที่คือ จากไซโล, จากแท่นยิง, จากเครื่องยิงเคลื่อนที่ และจากเรือหรือเรือดำน้ำ ขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือครอบครองส่วนใหญ่เป็นขีปนาวุธพิสัยใกล้ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธมากมาย รวมทั้งขีปนาวุธ โรดอง ที่พัฒนามาจากจรวดสกั๊ด มีพิสัยทำการราว 900-1,500 กม.

คาดกันว่าในเกาหลีเหนือมีขีปนาวุธ โรดอง ประมาณ 50-200 ลูก โดย โรดอง เป็นขีปนาวุธที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนระบุว่า เป็นจรวดชนิดเดียวของเกาหลีเหนือ ที่สามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้ (หากมีจริง) เนื่องจากประสบความสำเร็จในการทดสอบยิงหลายครั้ง ส่วนขีปนาวุธพิสัยไกล แทโพดอง 1 และ 2 ซึ่งมีพิสัยทำการ 2,500 กม. และ 6,000-10,000 กม. ยังอยู่ในขั้นของการจัดแสดงเทคโนโลยี ยังไม่มีการนำมาใช้จริงหรือประจำการในกองทัพ นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ว่า เกาหลีเหนือครอบครองอาวุธเคมีเอาไว้เป็นจำนวนมาก รวมทั้งสารอันตรายอย่าง แก๊สซาริน และแก๊ซวีเอ็กซ์ แต่ไม่มีใครรู้ข้อมูลในเรื่องนี้มากนัก

กองทัพสหรัฐฯ

กองทัพสหรัฐฯ ชาติมหาอำนาจเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก แบ่งเป็น 5 หน่วยงานคือ กองทัพบก, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ, นาวิกโยธิน และหน่วยยามฝั่ง มีทหารประจำการทั้งหมด 1,301,300 นาย มากเป็นอันดับ 2 ของโลก และมีกำลังสำรองอีกกว่า 800,000 นาย มีฐานทัพอยู่ในประเทศต่างๆ มากว่า 800 แห่งกองทัพสหรัฐฯ ยังมีกองทัพอากาศที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่วนกองทัพอากาศที่ใหญ่ที่สุดลำดับ 2 ของโลกคือกองกำลังทางอากาศของกองทัพเรือสหรัฐฯ และนาวิกโยธินสหรัฐฯ รวมกัน

ส่วนขุมกำลังทางน้ำ สหรัฐฯ มีเรือรบมากกว่า 440 ลำ ในจำนวนนี้เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น นิมิตซ์ 10 ลำ ส่วนเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด 1 ลำกำลังรอประจำการ อีก 2 ลำกำลังอยู่ระหว่างการสร้าง และมีแผนสร้างเพิ่มอีก 10 ลำในอนาคต นอกจากนี้ยังมีเรือลาดตระเวนติดอาวุธนำวิถี ชั้น ไทคอนเดอโรกา 22 ลำ เรือพิฆาตติดอาวุธนำวิถี ชั้น อาร์เลห์เบิร์ก 63 ลำ โดยทั้ง 2 แบบมีระบบป้องกันขีปนาวุธและภัยทางอากาศเอจีสติดตั้งอยู่ ขณะที่มีเรือดำน้ำชั้นต่างๆ อีก 73 ลำ ในจำนวนนี้ 14 ลำเป็นเรือดำน้ำติดตั้งขีปนาวุธ

ด้านแสนยานุภาพทางอากาศของสหรัฐฯ ตามข้อมูลที่สหรัฐฯ เปิดเผยออกมาในปี 2015 พวกเขามีเครื่องบินรบประจำการอยู่มากกว่า 5,137 ลำ ซึ่งรวมไปถึง เครื่องบินโจมตีภาคพื้นแบบใกล้ชิด เอ-10ซี ทันเดอร์โบลด์ ทู (291 ลำ) ซึ่งจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องบิน เอฟ-35 เอ ไลท์นิ่งทู ในปี 2028, เครื่องบินทิ้งระเบิด บี-1บี แลนเซอร์ หรือ บี-52เอช สตราโตฟอร์เทรส และเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 ซี/ดี ไฟท์ติ้งฟัลคอน (957 ลำ มากที่สุดในกองทัพอากาศสหรัฐฯ) เป็นต้น


นอกจากนั้น สหรัฐฯ ยังมีขีปนาวุธข้ามทวีป 406 ลูก โดยมีขีปนาวุธชื่อว่า ‘แอลจีเอ็ม-30 มินิทแมน’ ( LGM-30 Minuteman) ซึ่งมีขีดความสามารถในการบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ได้ถึง 3 ลูก และยิงได้ไกลถึง 13,000 กม. เป็นขีปนาวุธยิงจากฐานภาถพื้นเพียงชนิดเดียวของประเทศ สหรัฐฯ ยังมีดาวเทียมทหารอีก 63 ดวงด้วย

สหรัฐฯ มีรถถังหลักที่ยังใช้อยู่ในทุกหน่วยประมาณ 8,848 คัน โดยเป็นรถถัง ‘เอ็ม 1 เอ 2 อับรามส์’ รุ่นต่างๆ ขณะที่มีรถหุ้มเกราะหนักราวๆ 41,062 คัน ส่วนรถหุ้มเกราะเบาเช่นรถฮัมวีมีมากกว่า 260,000 คัน มีปืนใหญ่เคลื่อนที่ ประมาณ 2,341 คัน มีเครื่องยิงจรวดต่อต้านอากาศยานเคลื่อนที่ราว 2,130 เครื่องในจำนวนนี้เป็นระบบต่อต้านอากาศพิกัดสูงหรือ ทาด (THAAD) แบบที่ส่งไปเกาหลีใต้ 24 เครื่อง นอกจากนี้ยังมียานพาหนะอื่นๆ เช่นยานพาหนะต่อสู้ไรัพลขับอีกหลายแบบด้วย


ขอบคุณข้อมูลจาก:siamvariety
#ดวลกันให้เห็นชัดๆ!!! กองทัพโสมแดง - มะกัน ใครจะรอดใครจะพังถ้าสงครามมาถึง!!! #ดวลกันให้เห็นชัดๆ!!! กองทัพโสมแดง - มะกัน ใครจะรอดใครจะพังถ้าสงครามมาถึง!!! Reviewed by on 5:29:00 AM Rating: 5

No comments:

Powered by Blogger.