Loading...
#เจอตัวแล้ว!!! คุณตาอายุ 93 ปี หอบเงินกว่า 5 หมื่นบาท หายออกจากบ้าน 3 วัน พอรู้ว่าไปทำอะไรน้ำตาแทบไหล!!! | SarakNew
Home » » #เจอตัวแล้ว!!! คุณตาอายุ 93 ปี หอบเงินกว่า 5 หมื่นบาท หายออกจากบ้าน 3 วัน พอรู้ว่าไปทำอะไรน้ำตาแทบไหล!!!

#เจอตัวแล้ว!!! คุณตาอายุ 93 ปี หอบเงินกว่า 5 หมื่นบาท หายออกจากบ้าน 3 วัน พอรู้ว่าไปทำอะไรน้ำตาแทบไหล!!!

Written By Best NewsTh on Wednesday, May 24, 2017 | 11:15:00 PM



คืบหน้า กรณีคุณตาบุญมา หนองหว้า ข้าราชการบำนาญอายุ 93 ปี (ที่ออกข่าวครั้งแรก 90 ปี เพราะคุณยายนับผิด) ชาว ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ได้หายออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยก่อนหายออกจากบ้านได้ไปเบิกเงินจากบัญชีธนาคารออมสิน สาขาพิมาย จำนวนกว่า 50,000 บาท พกติดตัวไปด้วย ทำให้นางฉลวย หนองหว้า คุณยายวัย 78 ปี ภรรยาลุงบุญมารู้สึกเป็นห่วงอย่างมาก จนต้องประกาศตามหาไปทั่วทั้งเมืองโคราช (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง คุณตาวัย 90หายตัวอย่างลึกลับ เมียประกาศตามหาตัวหวั่นอันตราย เพราะคุณตาได้พกเงินติดตัวจำนวนมาก (อ่านรายละเอียด) )


ล่าสุดเช้าวันนี้ (25 พ.ค. 60) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าสามารถหาตัวคุณตาบุญมาเจอแล้ว โดยผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 96/1 หมู่ 1 ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา พบคุณตาบุญมา กำลังเดินกลับเข้ามาที่บ้าน โดยมียายฉลวย ลูกสาว และลูกชาย เข้ามาสวมกอดด้วยความดีใจ

ทั้งนี้คุณยายฉลวย เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้มีพลเมืองดีโทรศัพท์มาแจ้งว่าพบคุณตาบุญมา เดินทางมาจากกรุงเทพ เข้าพักอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครราชสีมา จึงได้ติดต่อให้พูดคุยกับคุณตารู้สึกดีใจที่ไม่ได้เกิดเหตุร้ายใดๆ ขึ้นกับคุณตา

เช้าวันนี้จึงให้ญาติไปรับตัวคุณตากลับมาบ้าน พร้อมกับเตรียมอาหาร ผลไม้ต่างๆ ที่คุณตาชอบมาคอยต้อนรับ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าคุณตาต้องการเดินทางไปดูพระเมรุมาศอย่างแรงกล้า แต่ไม่อยากบอกครอบครัวให้ทราบเพราะกลัวไม่มีใครให้ไป อีกทั้งยังไม่อยากรบกวนทางครอบครัวด้วย

ด้านคุณตาบุญมา หนองหว้า เปิดเผยว่า รับราชการมาตลอดชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นคนของพระราชา และเกิดในสมัยรัชกาลที่ 9 ด้วย ดังนั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช รัชกาลที่ 9 สวรรคตไปแล้ว อยากจะแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน แต่ไม่มีโอกาสเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อกราบสักการะพระบรมศพสักครั้ง และเมื่อทราบข่าวว่าทางรัฐบาลกำลังมีการก่อสร้างพระเมรุมาศ ซึ่งมีความวิจิตรสวยงามมาก จึงอยากเดินทางไปดูของจริงด้วยตาตนเอง แต่ไม่กล้าที่จะบอกทางครอบครัวเพราะเกรงใจ ไม่อยากรบกวน จึงได้ตัดสินใจออกจากบ้าน พร้อมกับเบิกเงินในบัญชีธนาคารออกไป จำนวน 51,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และออกเดินทางจากอำเภอพิมายด้วยรถเมล์ เข้ามาในตัวเมืองนครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 ก่อนที่จะขึ้นรถไฟฟรีเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครไปลงที่หัวลำโพง



ตอนนั้นค่ำพอดี จึงได้พักในโรงแรมแถวหัวลำโพง 1 คืน รุ่งเช้าก็ได้ต่อรถเมล์เข้าไปที่ท้องสนามหลวง เพื่อไปดูการก่อสร้างพระเมรุมาศ แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เข้าไปดู เพราะยังสร้างไม่แล้วเสร็จ จึงได้เข้าไปไหว้พระในวัดโพธิ์ และเดินดูบริเวณโดยรอบท้องสนามหลวงจนค่ำ ก่อนที่จะพักในกรุงเทพอีก 1 คืน และเดินทางกลับมาที่จังหวัดนครราชสีมา โดยที่ไม่รู้ว่าทางครอบครัวเป็นห่วงมาก ประกาศตามหาไปทั่ว จนกระทั่งมีพนักงานในโรงแรมที่จังหวัดนครราชสีมา แจ้งให้ทราบว่าทางครอบครัวได้ประกาศข่าวตามหาไปทั่ว จึงได้โทรศัพท์พูดคุยอธิบายให้ทราบเพื่อความสบายใจ ก่อนที่จะเดินทางกลับมาพบครอบครัวในวันนี้ ซึ่งตนต้องขอโทษทางครอบครัวที่ไม่ได้บอกกล่าวเรื่องนี้ พร้อมกับขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงเป็นใยตนด้วย