Loading...
#สงขลาเดือด!!! วางระเบิดเสาไฟฟ้า หวังสร้างสถานการณ์ พร้อมติดป้ายผ้า ปลุกปั่นชาวบ้าน !!!! | SarakNew
Home » » #สงขลาเดือด!!! วางระเบิดเสาไฟฟ้า หวังสร้างสถานการณ์ พร้อมติดป้ายผ้า ปลุกปั่นชาวบ้าน !!!!

#สงขลาเดือด!!! วางระเบิดเสาไฟฟ้า หวังสร้างสถานการณ์ พร้อมติดป้ายผ้า ปลุกปั่นชาวบ้าน !!!!

Written By Best NewsTh on Thursday, May 4, 2017 | 10:29:00 PM




เมื่อเวลา 04.10 น. วันที่ 5 พฤษภาคม ร.ต.อ.วัชรินทร์ ฉันทวิโรจน์ ร้อยเวร สภ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายก่อเหตุก่อกวนด้วยการแขวนป้ายผ้า บริเวณสะพานคลองน้ำขุ่น รอยต่อ หมู่ 5 ต.จะแหน อ.สะบ้าย้อยฯ กับ ต.ธารคีรี อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เเละเกิดเหตุระเบิดเสาไฟฟ้าบริเวณบ้านดารู ต.ธารคีรี อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เบื้องต้นเสาไฟฟ้าใด้รับความเสียหาย ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ จึงให้รายงานให้ พ.ต.อ.กองทัพ เสนาทิพย์ ผกก.สภ.สะบ้าย้อยทราบ รุดไปที่เกิดเหตุพร้อมกับ พ.ต.ท.ศราวุธ เจี้ยงเต็ม รอง ผกก.สส. และกำลังตำรวจส่วนหนึ่ง พร้อมกับประสานกับชุดเก็บกู้ระเบิด

เบื้องต้นคาดว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อการร้ายเพื่อก่อกวนและสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ โดยรายงานข่าวว่าจากการสอบพยานแวดล้อม ได้มีคนร้าย 2 คน ขับรถมาจอดข้างถนนในเวลากลางคืน ต้องการสร้างสถานการณ์เพื่อให้วุ่นวาย เพราะเสาไฟที่ก่อเหตุห่างจากถนนประมาณ 20 เมตร ขณะนี้ตำรวจได้ประสานกับชุดเฉพาะกิจสงขลาและ ตชด.เพื่อหาเบาะแสกลุ่มคนร้าย

นอกจากนั้นภายหลังได้รับทราบกรณีที่ทางการมาเลเซียจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามหรือไอเอส โดยมีผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งหลบหนีไปได้ แม้จะมีคำยืนยันจากหน่วยงานด้านความมั่นคงว่าไม่มีกลุ่มไอเอสหลบหนีเข้ามาในพื้นที่ภาคใต้ของไทยก็ตาม แต่เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงต้องเพิ่มมาตรการในการตรวจเข้มพื้นที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณด่านพรมแดนไทยมาเลเซียด้านอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งบริเวณด่านพรมแดนนั้น เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร ร่วมกันเพิ่มความละเอียดถี่ถ้วนในการตรวจสอบบุคคลขาเข้าประเทศ ป้องกันกลุ่มไอเอส ลอบแฝงตัวเข้ามากับนักท่องเที่ยว

นอกจากนั้นยังมีตำรวจภูธรสะเดา ปฏิบัติการตั้งด่านตรวจคัดกรอง รถยนต์ และบุคคลที่เดินทางออกจากด่านพรมแดนสะเดาอีกชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันเป็นชั้นที่ 2 อย่างไรก็ตาม ในส่วนของจุดที่อาจจะใช้เป็นเส้นทางลักลอบเข้าประเทศ บริเวณแนวตะเข็บชายแดน บริเวณแนวป่า ก็จะมีการลาดตระเวนเดินเท้า และขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ช่วยเป็นหูเป็นตา ไม่ให้มีการเดินทางเข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย