Loading...
#กลับบ้านเรานะลูกนะ..!! ใจสลายญาติร่ำไห้รับศพสาวเหตุเสาไฟฟ้าล้มทับ คุณยายพร่ำเพ้อเรียกหลาน เผยคำพูดสุดท้ายก่อนจากไป | SarakNew
Home » » #กลับบ้านเรานะลูกนะ..!! ใจสลายญาติร่ำไห้รับศพสาวเหตุเสาไฟฟ้าล้มทับ คุณยายพร่ำเพ้อเรียกหลาน เผยคำพูดสุดท้ายก่อนจากไป

#กลับบ้านเรานะลูกนะ..!! ใจสลายญาติร่ำไห้รับศพสาวเหตุเสาไฟฟ้าล้มทับ คุณยายพร่ำเพ้อเรียกหลาน เผยคำพูดสุดท้ายก่อนจากไป

Written By Best Newsth on Sunday, May 14, 2017 | 8:56:00 PM




จากเหตุต้นไทรอายุกว่า 20 ปี ย่านถนนชิดลม แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. โค่นลงมาและดึงเสาไฟฟ้าริมถนนล้มเสียหาย 7 ต้น ก่อนทับน.ส.ณัชชาพัชร์ สมเจษ อายุ 25 ปี ที่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาจนเสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น

สำหรับความคืบหน้า เมื่อวันที่ 14 พ.ค. นายธีระวัฒน์ เทพอำนวยสุข ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เปิดเผยว่า ทางการไฟฟ้านครหลวงขอแสดงความเสียใจ กับญาติผู้เสียชีวิต ส่วนกรณีมีการปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่ในพื้นที่หรือติดตั้งป้ายโฆษณานั้น ควรห่างจากเสาไฟฟ้าและมีการดูแลบำรุงรักษา ตัดแต่งค้ำยันต้นไม้ให้แข็งแรง จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ส่งผลกับการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ประชาชนที่อยู่ในละแวก ดังกล่าว ขณะที่มาตรฐานของเสาไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวงนั้นได้รับมาตรฐานตามหลักสากล ซึ่งการติดตั้งนั้นจะมีฝ่ายตรวจสอบคำนวณความแข็งแรงของเสาไฟฟ้าทุกครั้งก่อนติดตั้ง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มพิงเสาโทรคมนาคม และดึงเสาข้างเคียงล้มไปด้วย ในส่วนการดำเนินการหลังจากนี้ทางการไฟฟ้านครหลวง จะเรียกค่าเสียหายกับอาคารที่เกิดเหตุและทางการไฟฟ้านครหลวงมอบเงินเยียวยาเบื้องต้นให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต 20,000 บาทและเป็นเจ้าภาพจัดงานสวดอภิธรรม 1 คืน

ที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ ร.พ.จุฬาลงกรณ์ ครอบครัวเดินทางมารับศพน.ส.ณัชชาพัชร์ ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าเสียใจ โดย มารดาน.ส.ณัชชาพัชร์ยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญ เสียลูกสาวไปอย่างกะทันหันและเรียกหาลูกสาวอยู่ตลอดเวลา ญาติต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งก่อนหน้านี้แม่น.ส.ณัชชาพัชร์เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ เพื่อเชิญดวงวิญญาณ ลูกสาวและนำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่วัดแก้วฟ้าจุฬามณี ถนนทหาร แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม.

ญาติของผู้เสียชีวิตเผยว่า ตอนเกิดเหตุ น.ส.ณัชชาพัชร์กำลังเดินทางไปทำงานที่ร้าน เบเกอรี่ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลแอมบาสซี่ ซึ่งผู้ตายใช้เส้นทางนี้เดินทางเป็นประจำ โดยปกติแล้วผู้ตายเป็นคนร่าเริงยิ้มแย้มแจ่มใส ในตอนแรกครอบครัวได้ยินข่าวว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้น แต่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับคนในครอบครัว ซึ่งก็ไม่ได้คิดโทษว่าเป็นความผิดของใครและขอให้เป็นหน้าที่ตำรวจในการตรวจสอบว่ามีผู้ใดกระทำผิดหรือต้องรับโทษหรือไม่ แต่ในส่วนของการช่วยเหลือครอบครัวได้รับการช่วยเหลือจากทางเจ้าของอาคารอัลม่าลิงค์ตรงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นเจ้าของต้นไม้ดังกล่าวแล้วในเรื่องของการจัดการศพเบื้องต้นและได้รับเงินเยียวยาจากการไฟฟ้านครหลวงแล้ว

โดยเฉพาะผู้เป็นยาย ร่ำไห้ตลอดเวลาปานใจจะขาด พร่ำเรียกหลานให้กลับบ้านตลอดเวลา เพราะทำใจไม่ได้ เนื่องจากเลี้ยงหลานมาตั้งแต่เล็ก อยู่ด้วยกัน นอนด้วยกันมา 25 ปี คุณยายบอกด้วยว่าวันนั้น หลานบอกก่อนออกจากบ้านว่า เดี๋ยวจะกลับมากินข้าวด้วยกัน ก่อนหยิบแจ็กเก็ตตัวโปรด ที่ยายซื้อให้มาใส่แล้วขี่รถออกจากบ้านไป

ด้านพ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช ผกก.สน. ลุมพินี เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลใด เพราะต้องตรวจสอบในรายละเอียดหลายด้าน เนื่องจากการตรวจสอบต้นไม้พบรากแก้วเน่าเปื่อยจากการแช่น้ำ เป็นสาเหตุทำให้รากแก้วขาดจนล้มทับสายไฟฟ้าและฉุดเสาไฟฟ้า จนล้มลงมาทับร่างผู้เสียชีวิต ซึ่งการทำงานของตำรวจต้องตรวจสอบอีกครั้ง โดยพล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. มีคำสั่งให้คณะทำงานในคดีนี้ตรวจสอบในรายละเอียด ด้วยว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้จะมีผู้ใดเข้าข่ายกระทำการโดยประมาทหรือไม่ เช่น ตรวจสอบว่าการติดตั้งเสาไฟฟ้ามีระยะห่างจากต้นไม้ใหญ่ตามที่กำหนดหรือไม่ รวมถึงการดูแลต้นไม้ของผู้ที่ปลูกมีการดูแลดีหรือไม่ เพื่อเป็นบรรทัดฐานหากเกิดเหตุการณ์คล้ายลักษณะนี้อีก โดยให้พ.ต.อ.สุชาติ คล้าย จันทร์พงษ์ รองผบก.น.5 ลงมาควบคุมดูแล แต่ทราบว่าขณะนี้เจ้าของอาคารอัลม่าลิงค์ ที่เป็นเจ้าของและผู้ดูแลต้นไม้ดังกล่าวได้เข้ามาให้การช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว