Loading...
#ขนหัวลุกซู่!! จู่ๆ "บ่อไฟปริศนา" โผล่ถ้ำร้าง-กลางป่า "วังน้ำเขียว" ทั้งๆที่ไม่มีใครจุด??? ส่ง จนท.เข้าไป แทบเอาชีวิตไม่รอด?? ยิ่งรู้ที่มา ยิ่งผวาหนัก!! ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ "เจ้าที่แรงของแท้" !?? | SarakNew
Home » » #ขนหัวลุกซู่!! จู่ๆ "บ่อไฟปริศนา" โผล่ถ้ำร้าง-กลางป่า "วังน้ำเขียว" ทั้งๆที่ไม่มีใครจุด??? ส่ง จนท.เข้าไป แทบเอาชีวิตไม่รอด?? ยิ่งรู้ที่มา ยิ่งผวาหนัก!! ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ "เจ้าที่แรงของแท้" !??

#ขนหัวลุกซู่!! จู่ๆ "บ่อไฟปริศนา" โผล่ถ้ำร้าง-กลางป่า "วังน้ำเขียว" ทั้งๆที่ไม่มีใครจุด??? ส่ง จนท.เข้าไป แทบเอาชีวิตไม่รอด?? ยิ่งรู้ที่มา ยิ่งผวาหนัก!! ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ "เจ้าที่แรงของแท้" !??

Written By Best NewsTh on Wednesday, May 24, 2017 | 6:11:00 AM




วันที่ 24 พ.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิติพัทธ์ แสงแก้ว หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม จ.สุโขทัย เผยถึงสถานการณ์ "ไฟปริศนา" เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา จากภายในถ้ำเจ้าราม ทั้งๆที่ไม่มีใครเข้าไปจุดด้านใน สร้างความสงสัยให้กับผู้ที่ทราบข่าวเป็นจำนวนมาก

โดยเมื่อเวลา 09.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้พบจุดที่เป็นแหล่งเกิดกองเพลิงปริศนา มีความกว้างราว 3 -5เมตร ภายในถ้ำ ไม่สามารถระบุความลึกของหลุมดังกล่าวได้ จึงทำการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดับไฟบริเวณขอบๆของหลุม ทว่า ทางทีมเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปใกล้จุดเกิดเหตุได้ เนื่องจากเกรงว่าหลุมดังกล่าวจะยุบตัวลงจนส่งผลอันตรายต่อเจ้าหน้าที่




ถ้ำเจ้าราม

กระทั่ง ช่วงบ่ายที่ผ่านมา พบว่าไม่มีกลุ่มควันลอยออกมาจากถ้ำแล้ว จึงได้ทำการส่งเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าถ้ำพระราม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ สาเหตุการเกิดกลุ่มควันภายในบริเวณปล่องถ้ำ พบว่า หลุมที่เกิดเปลวเพลิงขึ้นนั้น เป็นมูลค้างคาวที่กองทับถมกันมาเป็นเวลานาน กระทั่งกลายเป็นเชื้อเพลิงในที่สุด

.



บ่อไฟปริศนาที่เกิดขึ้นเองภายในถ้ำ ???

ทั้งนี้ ถ้ำเจ้าราม เป็นถ้ำขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ 9 ต.วังน้ำเขียว อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย ภายใต้การดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก) และเนื่องจากมีค้างคาวเข้ามาอาศัยเป็นจำนวนมากถึง 6 สายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น ค้างคาวหน้ายักษ์กระบังหน้า, ค้างคาวเล็บกุด, ค้างคาวหน้ายักษ์สามหลืบ, ค้างคาวปีกพับใหญ่, ค้างคาวปากย่น และค้างคาวปีกถุงใหญ่ ซึ่งเป็นทั้งชนิดกินแมลงและกินน้ำหวานเป็นอาหาร ส่งผลให้ภายในถ้ำมีมูลค้างคาวทับถมกันเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นเชื้อเพลิงในครั้งนี้ เคราะห์ดีที่เชื้อเพลิงดังกล่าวไม่ลุกลามสร้างความเสียหายให้แก่เจ้าหน้าที่หรือพื้นที่ป่าโดยรอบ



เจ้าหน้าที่ผู้เสียสละ



หลุมมูลค้างคาวที่ทับถมกันอยู่

ที่มา/กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช,ที่มา:tsood