Loading...
#เขามากินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านทุกวันจนฉันไม่ได้คิดอะไร จู่ๆเขา "ขอเป็นแฟน" วันที่ไปบ้านเขา ทำให้รู้ความจริงทั้งหมดถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่!!! | SarakNew
Home » » #เขามากินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านทุกวันจนฉันไม่ได้คิดอะไร จู่ๆเขา "ขอเป็นแฟน" วันที่ไปบ้านเขา ทำให้รู้ความจริงทั้งหมดถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่!!!

#เขามากินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านทุกวันจนฉันไม่ได้คิดอะไร จู่ๆเขา "ขอเป็นแฟน" วันที่ไปบ้านเขา ทำให้รู้ความจริงทั้งหมดถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่!!!

Written By Best NewsTh on Saturday, May 27, 2017 | 11:21:00 PM




เมื่อไม่นานมานี้เว็บไซต์ต่างประเทศได้มีการแชร์เรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเธอได้ออกมาเล่าเรื่องราวชีวิตของเธอผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว เธอเล่าว่า..

ตอนนั้นชีวิตของเธอเป็นเพียงแค่แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวข้างทาง เธอยึดอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวนี้เพื่อเลี้ยงดูแม่ที่ป่วยหนักและน้องชายที่กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 ถ้าวันไหนอากาศดีหน่อยเธอก็จะขายได้ตกวันละ 1,000-1,500 บาท แต่ถ้าวันไหนขายไม่ดี เธอก็ต้องอดทนขายต่อไปเพราะไม่มีทางเลือก เธออาศัยข้างทางเพื่อตั้งร้านรถเข็นคันเล็ก ๆ พร้อมโต๊ะ 2-3 โต๊ะไว้ให้สำหรับลูกค้า



(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอได้เล่าว่าเธอมีลูกค้าประจำอยู่คนหนึ่ง เขาเริ่มมากินก๋วยเตี๋ยวร้านเธอครั้งแรกเมื่อ 5 เดือนก่อน และเขาก็มากินแบบนี้อยู่เป็นประจำทุกวัน เธอเองก็ไม่ได้นึกแปลกใจอะไร เพราะคิดว่าเขาคงเป็นผู้ชายตัวคนเดียวที่ขี้เกียจทำกับข้าวทานเองที่บ้าน การที่จะออกมาหาข้าวกินแบบนี้คงสะดวกกว่า ทุกครั้งที่เขามาเขาก็มักจะชวนเธอพูดคุยไปต่างต่างนานา ค่อยถามว่าขายดีรึเปล่า จนกระทั่งผ่านไป 3 เดือน เขายังคงมาอุดหนุนที่ร้านอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ทั้งคู่เริ่มสนิทกันมากขึ้น



จนกระทั่งวันหนึ่งจู่ ๆ เขาก็ถามเธอว่า “มีแฟนหรือยัง” เธอไม่ได้ตอบไปว่ามีหรือไม่มี เธอตอบไปเพียงแค่ว่า “ผู้หญิงแบบฉันเนี่ยนะ จะมีคนเอา ฉันมีทั้งแม่ที่ป่วยหนักแถมยังมีน้องชายที่กำลังเรียนอยู่ แล้วดูสภาพฉันตอนนี้สิ จะมีใครบ้าต้องการผู้หญิงแบบฉันหรอ?” เธอพูดไปแบบติดตลกไม่ได้คิดอะไรมาก จู่ ๆ ลูกค้าประจำคนนั้นเขาก็เดินเข้ามาจับมือเธอพร้อมสายตาที่จริงจังและพูดว่า “ฉันไงที่ต้องการ..” เธออึ้ง! ตอนนั้นเธอทำอะไรไม่ถูกก่อนรีบสบัดมือเขาออกและรีบปฏิเสธไป เธอนึกว่าเขาคงไม่มาที่ร้านอีกแน่ แต่วันต่อ ๆ มาเขาก็ยังมาทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านเหมือนเดิมแถมยังช่วยงานเธอที่ร้านอีกด้วย คอยเก็บถ้วยที่ทานเสร็จ เช็ดโต๊ะ ยกของ จนมีวันหนึ่งเขาไม่มาและหายไปโดยไม่บอกเธอ เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าเขาคงมีนัดแล้วหรืออาจจะติดธุระ จนกระทั่งเกือบ 2 ทุ่มเธอใกล้จะเก็บของกลับบ้านแล้ว จู่ ๆ เขาก็เดินมาพร้อมดอกไม้ช่อหนึ่ง.. เขามาคุกเข่าตรงหน้าเธอพร้อมกับขอเธอเป็นแฟน เธอน้ำตาคลอและรีบตัดสินใจตอบตกลง.. และในที่สุดทั้งคู่ก็ได้คบกัน!



เขาตัดสินใจชวนเธอไปบ้านเพื่อพบพ่อแม่ของเขา เธอไม่เคยไปบ้านเขามาก่อน และการไปบ้านเขาครั้งนี้ถึงกับทำให้เธอต้องตะลึงเพราะเธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าครอบครัวของเขาร่ำรวยมาก บ้านเขาอยู่ในหมู่บ้านคนรวย ซึ่งเขาไม่เคยบอกเธอเลยว่าเขาเป็นใครมาจากไหน เขาทำตัวเหมือนคนธรรมดา เพราะทุกครั้งที่เขามาที่ร้าน เขาก็แต่งตัวธรรมดาทั่วไปแถมติดดินกล้ากินกับข้าวข้างทางเกือบทุกวัน

และการได้พบพ่อแม่ของเขาครั้งนี้ก็ทำให้รู้ว่าความจริงแล้วเธอเคยเจอแม่ของเขามาก่อน แม่ของเขาเคยไปทางก๋วยเตี๋ยวที่ร้านของเธอ ตอนนั้นแม่ของเขาเดินไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวที่เหลือของคนอื่น ที่เธอยังไม่ทันได้เก็บโต๊ะ เธอเห็นแบบนั้นเธอกลับไม่มีท่าทีรังเกียจ ไม่แม้แต่จะด่าหรือไล่ แถมยังรีบทำก๋วยเตี๋ยวถ้วยใหม่ให้โดยไม่คิดเงิน ก่อนจะได้รู้ว่าแม่ของเขาป่วยเป็นโรคความจำสั้นและไม่สามารถจำทางกลับบ้านได้ เธอจึงยอมทิ้งร้านและพาแม่ของเขาไปส่งให้สถานีตำรวจเพื่อให้ช่วยติดต่อญาติมารับตัวกลับ

เขาได้รู้ข้อมูลจากตำรวจว่าเธอเป็นคนพาแม่ของเขามาส่ง และเพราะเหตุนี้จึงทำให้เขาตัดสินใจไปทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านเธอทุกวัน เพื่อหวังหาโอกาสตอบแทน แต่เขาบอกว่าไม่รู้ทำไมยิ่งกินก็ยิ่งรู้สึกว่าก๋วยเตี๋ยวที่เธอทำมันอร่อยขึ้นทุกวัน จนมันกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวืตของเขา เช่นเดียวกับเธอ ที่เขาก็ต้องการให้มาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาเช่นกัน..

เธอกับครอบครัของเขาเข้ากันได้ดี แม่ของเขาถึงแม้ว่าจะจำเธอไม่ได้แต่ก็เอ็นดูเธอไม่น้อย และพ่อของเขาก็ไม่มีท่าทีรังเกียจครอบครัวของฉันเช่นกัน เราคบกันไปสักพักใหญ่ ๆ ก่อนตกลงแต่งงานกัน จนปัจจุบันเธอกับเขามีลูกชายด้วยกัน 1 คน และสามีก็ยังช่วยเธอส่งเสียน้องชายให้เรียนจนจบ แถมยังช่วยดูแลแม่ของฉันไม่ขาด

หลังจากเรื่องราวของเธอถูกแชร์ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “เธอเป็นคนดี ทำงานหนักเพื่อครอบครัว ก็ไม่แปลกที่ชีวิตเธอจะได้เจอคนดีๆ”, “มันคือความรักที่บริสุทธิ์”, “เพราะเธอสวยจากข้างใน”, “นี่คือผลตอบแทนของความกตัญญู”

ที่มา: liekr