#สะเทือนขวัญทั้งโรงเรียน!!! เด็กวัย 5 ขวบ พลาดโดนเชือกรัดคอเสียชีวิต ป้ารีบไปดู เจอจังๆ คาตาโวยครูหนัก หลังเห็นสภาพหนูน้อย(ชมคลิป)




วันที่ 5 มิ.ย. 2560 ชาวบ้านกำลังมุงดูร่างไร้วิญญาณของน้องเคน เด็กชายวัย 5 ขวบ เป็นเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนบ้านทะเลเหมียง ท่ามกลางความโศกเศร้าของพ่อแม่ บรรดาญาติๆ และคุณครู

จากการสอบถามทราบว่า น้องเคนเดินทางไปโรงเรียนตามปกติ จนกระทั่งพักรับประทานอาหารกลางวัน เสร็จเรียบร้อย เด็กๆ ก็แยกย้ายกันไปเล่นเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่นของโรงเรียน ซึ่งอยู่บริเวณเสาธงหน้าโรงเรียน นอกจากเครื่องเล่นแบบสากลแล้ว ทางโรงเรียนได้ทำเครื่องเล่นด้วยล้อยางรถยนต์เก่า นำมาผูกเชือกแล้วโยงไว้กับกิ่งไม้ ให้ล้อรถห้อยลงมา แต่เนื่องจากสภาพของล้อและเชือกที่เก่าและทรุดโทรม ทางภารโรงโรงเรียนได้ตัดล้อรถออก เพื่อความปลอดภัยของเด็ก แต่เชือกยังคงห้อยโยงมาจากกิ่งไม้ น้องเคนจึงไปเล่นห้อยโหนเชือกดังกล่าว จนเอาหัวสอดเข้าไปในบ่วงเชือก ถูกเชือกรัดคอจนขาดอากาศหายใจเสียชีวิต เพื่อนๆจึงวิ่งไปบอกครูเพื่อช่วยเหลือ แต่ครูก็ไม่ได้นำน้องเคนส่งโรงพยาบาลในทันที เพียงแต่เอาร่างน้องเคนลงมาจากเชือกแล้วปล่อยให้น้องเคนนอนคว่ำหน้าที่พื้นทรายในที่เกิดเหตุ





นางสุดใจ เส้งสุข อายุ 52 ปี ป้าของน้องเคนเล่าว่า ทันทีที่รู้ข่าวว่าน้องเคนเสียชีวิตตนรีบไปโรงเรียน ตอนนั้นพ่อของน้องเคนอุ้มร่างไว้ ตนเข้าไปเรียกน้องเคนยังลืมตา ตนจึงพยายามหารถของชาวบ้านเพื่อนำน้องเคนไปโรงพยาบาล ทั้งๆที่ครูมีรถกันทุกคน และเหตุเกิดผ่านไปแล้วกว่าครึ่งชั่วโมง ตนติดใจว่าทำไมครูต้องปล่อยน้องเคนให้นอนจมกองทรายทั้งๆ ที่น้องเคนยังไม่ตาย

ส่วนทางนายนิพนธ์ รณปักษ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่าทางคณะครูเสียใจเป็นอย่างยิ่งกับเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งทางโรงเรียนจะช่วยเหลือตามกำลัง และจะดูแลเหมือนลูกหลาน เหมือนครอบครัวเดียวกัน และในวันนี้ก็ได้มอบเงินให้กับทางพ่อแม่น้องเคนเพื่อจัดพิธีศพไว้แล้วจำนวนหนึ่ง



(ชมคลิปด้านล่าง)



ภาพ/ข่าว ลัดดา มณีรัตน์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พัทลุง,Cr:Tsood
#สะเทือนขวัญทั้งโรงเรียน!!! เด็กวัย 5 ขวบ พลาดโดนเชือกรัดคอเสียชีวิต ป้ารีบไปดู เจอจังๆ คาตาโวยครูหนัก หลังเห็นสภาพหนูน้อย(ชมคลิป) #สะเทือนขวัญทั้งโรงเรียน!!! เด็กวัย 5 ขวบ พลาดโดนเชือกรัดคอเสียชีวิต ป้ารีบไปดู เจอจังๆ คาตาโวยครูหนัก หลังเห็นสภาพหนูน้อย(ชมคลิป) Reviewed by on 11:36:00 PM Rating: 5

No comments:

Powered by Blogger.