Loading...
#กระจ่าง !!! ทำไมต้อง “ว้าแดง” ที่พึ่งพิงแหล่งสุดท้ายของ “เปรี้ยว-เอิร์น” ปลอดภัย หรือ อันตรายกว่าเดิม !!! | SarakNew
Home » » #กระจ่าง !!! ทำไมต้อง “ว้าแดง” ที่พึ่งพิงแหล่งสุดท้ายของ “เปรี้ยว-เอิร์น” ปลอดภัย หรือ อันตรายกว่าเดิม !!!

#กระจ่าง !!! ทำไมต้อง “ว้าแดง” ที่พึ่งพิงแหล่งสุดท้ายของ “เปรี้ยว-เอิร์น” ปลอดภัย หรือ อันตรายกว่าเดิม !!!

Written By Best NewsTh on Thursday, June 1, 2017 | 11:42:00 PM




ใกล้ถึงบทสรุปเข้ามาทุกทีสำหรับคดีสะเทือนขวัญฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม ซึ่งขณะนี้รู้ตัวคนร้ายผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่สามารถตามจับผู้ต้องหามาได้เกือบทั้งหมด โดยเฉพาะคนลงมือคือ “เปรี้ยว กับ เอิร์น” คู่หูสวยสังหารที่ยังหลบหนีคดีไปอยู่ที่ประเทศเมียนมา และที่สำคัญไม่ทราบแน่ชัดว่าพวกเธอเหล่านั้นไปหลบอยู่ที่ไหนและมีใครให้การช่วยเหลืออยู่บ้าง

ซึ่งมีกระแสข่าวลือที่หนาหูว่าพวกเธอได้รับการคุ้มครองและได้ที่พักพิงจากกลุ่มว้าแดง ที่เป็นชุมชนค้ายาเสพติดที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน หากเรื่องนี้เป็นจริงดังคำกล่าวข้างต้นโอกาสที่จะได้ถูกจับตัวแล้วนำกลับมาลงโทษที่เมืองไทยคงมืดมนลงไปทุกที เพราะตัวอย่างก็เคยมีให้เห็นมาแล้วก่อนหน้านี้..!!

ปริศนากระแสข่าวลือที่ว่ากลุ่มว้าแดงเป็นผู้อยู่เบื้องหลังและให้ที่พักพิงคู่หูสวยสังหาร “เปรี้ยว กับ เอิร์น” นั้นมีความเป็นไปได้มาน้อยเพียงใด ลองย้อนกลับไปดูจุดเชื่อมโยงที่เกิดขึ้นกัน

หากยังจำกันได้เมื่อครั้งที่ “เปรี้ยว กับ เอิร์น” กบดานอยู่ที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ตรงกันข้าม อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเมียนมาได้รู้เบาะแสเรียบร้อยและกำลังเตรียมเข้าจับกุม แต่ทั้งสองคนกลับไหวตัวทันหนีไปก่อนหน้าที่ตำรวจเมียนมาจะไปถึงแค่เพียงชั่วโมงเศษเหมือนนกรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น



และที่สำคัญลำพังผู้หญิงเพียงสองคนที่เป็นคนไทยไม่ใช่คนพื้นที่จึงน่าแปลกที่จะรู้เส้นทางทั้งหมดในประเทศเมียนมาและหนีออกไปได้อย่างรวดเร็ว โดยมีคนพาหนีซึ่งเค้านั้นคือใครกันแน่และเชื่อมโยงกับสองคนนี้อย่างไร



ซึ่งจากการลงพื้นที่ของ พ.ต.ท.เท่น วิน ผกก.สถานีตำรวจ จ.ท่าขี้เหล็ก พร้อมกำลัง 15 คน ได้ทำการตรวจสอบภายในร้านโอโซน สปา แอนด์ คาราโอเกะ ที่ “เปรี้ยว กับ เอิร์น” และ น.ส.อภิวันทน์ หรือ แจ้ อายุ 28 ปี กบดานอยู่ และได้เรียกผู้จัดการร้านพร้อมกับพนักงานสาวของร้านประมาณ 8 คน ไปสอบสวนเพื่อหาเบาะแสของบุคคลทั้ง 3

และทำให้ทราบข้อมูลว่าบุคคลทั้ง 3 เข้ามาพักที่ห้องพักภายในร้าน ตั้งแต่ช่วงกลางคืนของวันที่ 25 พฤษภาคม และอยู่จนถึงช่วงเช้าวันที่ 28 พฤษภาคม จากนั้นช่วงบ่ายทั้งหมดก็ได้หายตัวไปโดยไม่ทราบว่าไปอยู่พื้นที่ใด

แต่ทั้งนี้ได้พบข้อมูลที่น่าสนใจว่าร้านคาราโอเกะดังกล่าวเดิมชื่อว่า สตาร์แทรค คาราโอเกะ บริหารงานโดยกลุ่มชาติพันธุ์ชาวว้าแดงกลุ่มหนึ่ง แต่ประสบปัญหาการขาดทุน จึงมีการปล่อยให้รับช่วงต่อ โดยมีคนไทยเข้าไปเช่าทำมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 ต้นปีที่ผ่านมา เดือนละประมาณ 180,000 บาท

โดยเปิดเป็นร้านอาหารและคาราโอเกะ และมีรายงานว่าก่อนหน้านี้หญิงสาวทั้งหมด เคยเข้าไปทำงานงานในจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา แล้วหลายครั้งจนเป็นที่รู้จักของกลุ่มนักเที่ยวและคนมีเงินในพื้นที่เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังพบข้อมูลอีกว่า ”ในคืนที่ทั้ง 3 คนหายตัวไปจากร้านคาราโอเกะได้มีนักเที่ยวชาวว้ารับตัวออกไป จากนั้นก็ไม่มีใครพบตัวอีกเลย”



ซึ่งจากข้อมูลและเบาะแสที่เกิดขึ้นอาจทำให้ภาพความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มว้าแดงและ “เปรี้ยว กับ เอิร์น” เริ่มชัดเจนยิ่งขึ้น

สอดคล้องกับข้อมูลจากนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่มาจากการสอบสวนเชิงลึกพบว่า การสั่งฆ่าน้องแอ๋มครั้งนี้มาจากพ่อค้ายาข้ามชาติที่อยู่ต่างประเทศ เนื่องจากน้องแอ๋มทำงานเป็นสายให้กับตำรวจ จนนำไปสู่การจับกุมกลุ่มผู้ค่ายาบ้าได้จำนวนหลายรายในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งในจำนวนนี้มีสามีของเปรี้ยวที่เป็นมือสังหารถูกจับกุมในข้อหาค้ายาเสพติดด้วย

จึงทำให้นายทุนจากต่างประเทศสั่งอุ้มฆ่าน้อง แอ๋ม โดยการประสานกับพ่อค้ายาบ้ารายใหญ่ที่จังหวัดขอนแก่น โดยมีเปรี้ยวรับคำสั่งมาอีกทอดประกอบกับเปรี้ยวมีความแค้นส่วนตัวอยู่แล้วที่สามีโดนจับกุมเพราะแอ๋ม จึงได้วางแผนและลงมือฆ่าหั่นศพอย่างเลือดเย็น



สำหรับวงการค้ายาเสพติดใน พื้นที่ จ.ขอนแก่นนั้น เปรี้ยว เป็นผู้ค้ารายใหญ่ที่ทุกคนในวงการรู้จักกันดี และมีผู้ที่อยู่ในวงการให้ความเกรงกลัวเป็นอย่างมาก

หากพบว่าข้อมูลนี้ถูกต้องภาพความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มว้าแดงกับ“เปรี้ยว และ เอิร์น” คงมีเหตุผลมากขึ้นที่กลุ่มว้าแดงจะอ้าแขนรับให้ที่พักพิงและให้การช่วยเหลือคู่หูสวยสังหารเพราะทั้งคู่ถือว่าเป็นเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่พอสมควร และหากทั้งคู่อยู่ในความดูแลอารักขาของกลุ่มว้าแดงจริงๆ

การที่จะตามจับทั้งคู่หูสวยสังหารมารับโทษที่เมืองไทยคงมืดมนลงไปทุกที เพราะเหตุการณ์นี้เหมือนเกิดขึ้นมาแล้วดังเช่น กรณีของบังรอนพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ของเมืองไทยที่หนีไปกบดานกับกลุ่มว้าแดงจนป่านนี้ยังไม่สามารถตามจับตัวมาได้เลย



แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐานจากข้อมูลที่เกิดขึ้นเท่านั้น หากนายทุนจากต่างประเทศไม่ใช่กลุ่มว้าแดง และถ้าการช่วยเหลือครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อให้ความคุ้มครองจะเกิดอะไรขึ้น?

ถ้าหากนายทุนรายใหญ่ไม่ต้องการให้คู่หูสวยสังหารถูกตำรวจจับได้เพราะกลัวการขยายผลเครือข่ายยาเสพติดและสาวมาถึงตัวนายใหญ่ แล้วชะตาชีวิตของพวกเธอเหล่านั้นจะอยู่ดีหรือไม่

ที่พักพิงแหล่งสุดท้ายจะเป็นที่ปลอดภัยหรือจะเป็นที่อันตรายที่สุดคงมีแต่คู่หูสวยสังหาร “เปรี้ยว กับ เอิร์น” เท่านั้นที่จะตอบคำถามนี้ได้