Loading...
.โดนใจคนทั้งประเทศ !!! ผบ.ตร.เผยโทษ"เปรี้ยวและแก๊งหั่นศพ" ถึงขั้น"ประหารชีวิตอยู่แล้ว" บอกเลยงานนี้ไม่รอด (รายละเอียด) | SarakNew
Home » » .โดนใจคนทั้งประเทศ !!! ผบ.ตร.เผยโทษ"เปรี้ยวและแก๊งหั่นศพ" ถึงขั้น"ประหารชีวิตอยู่แล้ว" บอกเลยงานนี้ไม่รอด (รายละเอียด)

.โดนใจคนทั้งประเทศ !!! ผบ.ตร.เผยโทษ"เปรี้ยวและแก๊งหั่นศพ" ถึงขั้น"ประหารชีวิตอยู่แล้ว" บอกเลยงานนี้ไม่รอด (รายละเอียด)

Written By Best NewsTh on Sunday, June 4, 2017 | 4:59:00 AM




ยังอยู่ในความสนใจของสังคมอย่างต่อเนื่อง จากกรณีน.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว พร้อมกับแก็ง 2 สาว น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิร์น และ น.ส.อภิวันท์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม ถูกจับได้เมื่อคืนวันที่ 3 มิถุนายน 2560 ณ เมืองท่าขี้เหล็ก ก่อนถูกส่งตัวมาสืบสวนที่ประเทศไทย

ล่าสุด (4พ.ค.)ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ลงมือสอบปากคำด้วยตนเอง จากนั้นได้แถลงข่าวภายหลังสอบสวน

เบื้องต้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวน ทั้ง 3 คนรับสารภาพตลอดทั้งข้อกล่าวหา และระบุด้วยว่าตั้งใจจะเข้ามอบตัวอยู่แล้ว เพราะต้องการรับผิดชอบ ไม่อยากทำให้ใครที่ตนไปอาศัยด้วย ได้รับความเดือดร้อน สำหรับสาเหตุที่นำไปสู้การฆาตกรรมนั้น เป็นเพราะปัญหาย่เสพติด เหตุตั้งแต่ปลายปี 59 น้องแอ๋มถูกจับกุมและได้ทำการซัดทอด ไปยังกลุ่มของเปรี้ยว รวมทั้งปัญหาส่วนตัวเรื่องหนี้สินเก่า ประมาณ 3-4หมื่นบาท ทั้งนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

สำหรับประเด็นที่สังคมจับตามองมากที่สุดประเด็นหนึ่ง ก็คือโทษที่พวกเธอจะได้รับ ซึ่งทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้เผยว่า "ส่วนโทษนั้น ประหารชีวิตอยู่แล้ว ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจขอศาลด้วย" นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยอีกว่า ผู้ต้องหายังมีความคิดว่าในการอำพรางศพนั้น มีตัวเลือกอยู่2อย่างในใจ คือ "ถ่วงน้ำ" แต่ผู้ต้องหาก็เกรงว่าเดี๋ยวศพจะโผล่ขึ้นมา จนนำมาสู่ทางเลือกในการหั่นศพในที่สุด ทั้งนี้จากพฤติกรรมสุดจะโหดเหี้ยม ทำให้สังคมและโลกโซเชียลมีการพูดถึงบทลงโทษทางกฎหมายกับผู้ก่อเหตุอย่าง "เปรี้ยว" และแก๊งเพื่อนที่ร่วมกันวางแผนฆาตกรรมอย่างดุเดือด ว่า ไม่พ้นต้องลงโทษประหารชีวิตสถานเดียว และที่เป็นประเด็นให้ถกเถียงกันไม่จบไม่สิ้นเมื่อพี่สาวของ "เปรี้ยว" ได้พูดกับน้องสาวว่าให้ยอมมอบตัวกับตำรวจ และบอกว่าโทษประหารไม่มีอยู่จริง งานนี้เล่นเอาสังคมงงไปตามๆ กัน และโจมตีถึงคำพูดของเจ้าตัว ตกลงประเทศไทยเรายังมีกฎหมายลงโทษประหารชีวิตอยู่หรือไม่

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเผยถึงกรณีโทษการประหารชีวิตว่า โทษประหารชีวิตมีอยู่ในกฎหมาย แต่ทางเราได้รับปากที่ประชุมกรรมการสิทธิมนุษยชนที่กรุงเจนีวาซึ่งขอร้องให้ยกเลิกโทษดังกล่าว ว่ายังยกเลิกไม่ได้ ในความผิดใหม่จะไม่กำหนดโทษประหารชีวิต และจะทยอยเปลี่ยนจากโทษที่บังคับให้ประหารชีวิตอย่างเดียว ให้มีทางเลือกจำคุกตลอดชีวิตหรือ 20 ปีได้ และ 8-9 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีการบังคับใช้โทษประหารชีวิตจริง เนื่องจากมีการถวายฎีกาและต้องรอพระราชวินิจฉัย อีกทั้งตามมาตรฐานสหประชาชาติและกรรมการสิทธิมนุษยชนโลกถือว่า ในประเทศที่มีโทษประหารชีวิตแต่ไม่บังคับประหารใครจริงในระยะ 10 ปี ให้ถือว่าไม่มีโทษประหารชีวิต

ขณะที่นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงเหตุผลในการยกเลิกโทษประหารชีวิตว่า จากผลการวิจัยทั่วโลกการประหารชีวิตไม่ได้มีผลต่อการยับยั้งอาชญากรรมที่รุนแรง หรือทำให้สังคมปลอดภัยขึ้นได้ แต่ยังส่งผลกระทบที่เลวร้ายต่อสังคมและกระบวนการยุติธรรมทางอาญาได้ จากความเสี่ยงที่จะตัดสินผิดพลาดได้ เนื่องจากไม่มีระบบใดที่จะสามารถตัดสินได้อย่างเป็นธรรม สม่ำเสมอโดยที่ไม่มีข้อบกพร่องได้ แพะที่ถูกประหารชีวิตไปแล้ว ย่อมไม่อาจสามารถเรียกชีวิตกลับคืนมาได้

จากข้อมูลอ้างอิงถึงเดือนเม.ย. 2560 มีนักโทษต้องโทษประหารชีวิต ทั้งหมด 447 ราย จำแนกเป็น 1 คดียาเสพติดให้โทษ ระหว่างชั้นอุทธรณ์ เป็นนักโทษชาย 105 ราย หญิง 51 ราย, ชั้นฎีกา เป็นชาย 12 ราย หญิงไม่มี และในชั้นเด็ดขาดคดีถึงที่สุดแล้ว เป็นชาย 55 ราย หญิง 13 ราย 2 คดีความผิดทั่วไป เช่นคดีฆ่าคนตาย อยู่ระหว่างชั้นอุทธรณ์ เป็นชาย 110 ราย หญิง 6 ราย, ชั้นฎีกาเป็นชาย 6 ราย ส่วนหญิงไม่มี และนักโทษชั้นเด็ดขาดคดีถึงที่สุดแล้ว เป็นชาย 85 ราย และหญิง 4 ราย จากสถิติดังกล่าวพบว่าโทษประหารชีวิตในคดีทั่วไปมีจำนวนมากกว่าคดียาเสพติดให้โทษ